รู้จักกับพลูฉลุไม้เลื้อยสวยสะดุดตาและวิธีดูแลรักษาที่แสนง่าย

ช่วงนี้ไปไหนก็มักได้ยินใครๆพูดถึงการปลูกต้นไม้ และดูเหมือนว่ากำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่กำลังฮิตอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลก เป็นภาวะที่อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้นทำให้เกิดภัยธรรมชาติขึ้นบ่อยครั้งและดูเหมือนว่าจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย

ดังนั้นจึงหันมาปลูกต้นไม้กระจายความเขียวกันมากขึ้นจนกลายเป็นกระแสยอดฮิต ส่งผลให้ตลาดต้นไม้มีความคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง เหล่าบรรดาชาวสวนคนขายต้นไม้จึงได้พยายามสรรหาและคิดค้นไม้ดอกไม้ประดับสายพันธุ์ต่างๆมานำเสนอ เพื่อให้ทันต่อความต้องการของตลาดและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากที่สุด ด้วยเหตุนี้เราจึงได้เห็นไม้ดอกไม้ประดับสายพันธุ์ใหม่ๆเกิดขึ้นมามากมายทั้งที่รู้จักและไม่เคยรู้จักมาก่อน 

ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้หากใครที่กำลังเครียดอยู่แนะนำให้ลองปลูกต้นไม้ดูนะคะ เพราะการปลูกต้นไม้จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หายเครียด จิตใจสงบเบิกบาน วันนี้เราจึงอยากเอาอกเอาใจกันสักหน่อยด้วยการรวบรวมข้อมูลดีๆเกี่ยวกับต้นไม้สายพันธุ์ที่น่าสนใจและวิธีดูแลต้นไม้แบบง่ายๆมาฝากเพื่อนๆทุกคนจะแนะนำต้นอะไรนั้นตามมาดูเลยค่ะ

พลูฉลุ( Window-leaf ) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Monstera obliqua ( Miq.) Walp. ‘ Expilata ’ จัดอยู่ในวงศ์ Araceae เป็นไม้เลื้อยเนื้ออ่อนมีอายุอยู่ได้หลายปี ลำต้นพลูฉลุมีลักษณะอ่อนละเล็ก มีข้อปล้องตลอดลำต้น มักจะเลื้อยพันไปตามไม้ค้ำยัน ต้นไม้ใกล้เคียง หรือวัตถุที่สามารถยึดเกาะได้ มีรากพิเศษงอกออกมาตามข้อปล้อง ดอกพลูฉลุมีลักษณะเป็นช่อเชิงลดบริเวณช่วงตรงปลายกิ่ง มีช่อดอกค่อนข้างยาว และมีกาบคอยหุ้มช่อดอกสีขาวอีกชั้นหนึ่ง ใบพลูฉลุมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว ขึ้นเรียงสลับกันไปมา ช่วงตรงโคนใบมีรูปทรงมน ส่วนปลายใบมีรูปทรางเรียวแหลม มีสีเขียว-เขียวเข้ม และมีความโดดเด่นตรงที่แผ่นใบมีรูเว้าขนาดเล็ก-ใหญ่สลับปะปนกันเหมือนลายฉลุ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ พลูฉลุ ” นั่นเอง

มีวิธีดูแลต้นไม้อย่างไรให้พลูฉลุใบสวยสีชัด

การเลี้ยงพลูฉลุมีเคล็ดลับง่ายๆที่แม้ว่าจะเป็นคนที่เพิ่งเริ่มหัดปลูกต้นไม้หรือคนที่ไม่มีเวลาดูแล ก็สามารถเรียนรู้วิธีดูแลต้นไม้และลงมือปลูกให้สวยได้ไม่ยาก เพราะเป็นพันธุ์ไม้ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการเลี้ยงง่ายตายยากอยู่แล้ว จะยากง่ายแค่ไหนไปดูกันเลย

  • ดิน ควรเป็นดินร่วนผสมกับทรายหยาบ หากมีปุ๋ยคอกให้ผสมรวมลงในดินด้วย
  • น้ำ เป็นพืชที่ต้องการความชื้นสูง ควรรดน้ำให้ชุ่มอย่างสม่ำเสมอโดยการรดจากปลายยอดปล่อยให้น้ำไหลลงมาที่ปากกระถาง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทั้งนี้จะดูจากสภาพดินและอากาศเป็นหลัก
  • แสงแดด ควรปลูกไว้ในตำแหน่งที่มีแดดส่องถึงได้ ประมาณ 50 % พลูฉลุจะเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิ18-24 องศาเซลเซียส สำหรับการปลูกลงในแปลงจัดสวนควรปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ช่วยบังแสงแดดบางส่วนและชะลอการคายน้ำ แต่หากนำใส่กระถางวิธีดูแลต้นไม้ที่ถูกต้องก็คือ ต้องการจัดวางไว้ในตัวบ้านแนะนำให้วางไว้ในตำแหน่งที่มีแสงส่องถึงรำไร เช่น ริมหน้าต่าง ระเบียง หรือจะยกกระถางออกมาวางตากแดดในช่วงเช้าก็ได้ค่ะ การได้รับแสงแดดที่พอเหมาะจะทำให้พลูฉลุเจริญเติบโตได้เต็มที่ ทำให้สามารถแตกยอด ออกใบใหม่และมีสีสดสวยงามขึ้น
  • ปุ๋ย สามารถใช้ได้ทั้งปุ๋ยเคมีและปุ๋ยคอก โดยสูตรที่แนะนำให้ใช้ คือ สูตร 16-8-8 ในปริมาณ 10-20 เม็ดต่อน้ำ 1 ลิตร ควรใส่ 2-3 เดือน ต่อครั้ง ( ปริมาณปุ๋ยที่ใส่ควรขึ้นอยู่กับขนาดของต้นไม้ ) หลังจากใส่ปุ๋ยเสร็จแล้วควรตบท้ายด้วยการรดน้ำให้ชุ่มเพราะปุ๋ยจะไปเพิ่มความเป็นกรดของดินมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้พลูฉลุเหี่ยวตายได้ หรืออาจจะใส่ปุ๋ยเป็นครั้งคราวไปเนื่องจากเป็นต้นไม้ที่ไม่ต้องการแร่ธาตุมากนัก แต่จะเน้นไปที่ความชุ่มชื้นเสียมากกว่า ในส่วนการขยายพันธุ์พลูฉลุนิยมทำโดยวิธีการปักชำมากที่สุดเนื่องจากมีโอกาสรอดสูง ติดง่าย และแข็งแรงเร็วกว่าวิธีอื่น

นอกจากนิยมนำมาตกแต่งบ้านเพื่อเพิ่มความสวยงาม  สร้างบรรยากาศให้บ้านสดชื่น ร่มรื่น สบายตาแล้ว ยังช่วยช่วยฟอกอากาศ ดูดซับสารพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ทำให้บ้านมีอากาศที่บริสุทธิ์ส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีจึงอยากแนะนำให้ลองปลูกพลูฉลุไม้เลื้อยที่มีวิธีดูแลต้นไม้ที่แสนง่ายนี้กันเยอะๆนะคะ