กะทกรกไม้น่าปลูกมีประโยชน์จนมองข้ามไม่ได้จริง

กะทกรก

ในปัจจุบันแม้ว่ากะทกรกอาจจะหาไม่ง่ายแล้วในธรรมชาติ เพราะสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่หากมีโอกาสเจอแนะนำว่าควรนำมาปลูกทันที เพราะเป็นต้นไม้ที่มีเรื่องราวดี ๆ มากมาย และทุกคนพูดตรงกันว่าเป็นต้นไม้ที่มีคุณประโยชน์มากกว่าที่หลายคนคิดเอาไว้ด้วยซ้ำ ดังนั้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจว่าเป็นต้นไม้ที่ไม่ใช่วัชพืชและมีประโยชน์จริง ๆ วันนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับต้นไม้ชนิดนี้มากขึ้น โดยจะพูดถึงประโยชน์และวิธีการใช้ว่าควรใช้ และวิธีการใช้อย่างไรให้ได้ประโยชน์มากที่สุดต่อไป

ข้อมูลเกี่ยวกับกะทกรกดี ๆ ที่ทำให้รู้จักต้นไม้ชนิดนี้มากขึ้น 

สำหรับกะทกรกเป็นไม้เลื้อยเป็นเถามีเขียว เป็นไม้ที่มีอายุการดำรงชีวิตสั้น มีกลิ่นเหม็นเขียว มีหลายชื่อมากมายเช่น กะทกรกป่า เป็นต้น หลายคนไม่รู้ว่าเป็นต้นไม้ที่มีประโยชน์และเป็นพืชสมุนไพรที่นิยมใช้รักษาโรคต่าง ๆ มากมาย และยังเป็นพืชที่สามารถนำไปใช้เพื่อการทำอาหารได้อีกด้วย ที่สำคัญยังเป็นไม้ที่สามารถใช้ในการเกษตรได้ดีอีกด้วย แต่ด้วยปัจจุบันเป็นไม้ที่ค่อนข้างหายาก และที่สำคัญไม่ค่อยเป็นที่นิยมของคนปลูกมากนัก แต่หลังจากนี้น่าจะทำให้หลายคนรักต้นไม้ชนิดนี้มากขึ้น 

ลักษณะทั่วไป 

ต้นกะทกรก มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Fetid passionflower” มีอายุได้ 2-5 ปี เลื่อยตามพื้นหรือต้นไม้รวมถึงค้างที่สามารถเลื้อยได้ โดยลักษณะทั่วไปคือ ลำต้นมีมือสำหรับใช้ยึดเกาะ มีขนปกคลุมอยู่ทุกส่วน ส่วนใบจะเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน มีลักษณะรูปหัวใจ ปลายใบแหลม โคนใบเว้า ขอบในเว้าเป็น 3 แฉก มีขนและมีน้ำยางเหนียว ส่วนดอกจะเป็นดอกเดี่ยวมีกลีบดอก 10 กลีบด้านนอกมีสีเขียวอ่อน ส่วนกลีบด้านในมีสีขาว ส่วนผลกะทกรกจะเป็นทรงกลมเมื่อ เมื่อสุกจะเป็นสีเหลืองอมส้ม มีใบฝอยประดับคลุมทั่วทั้งลูก ภายในผลจะมีเมล็ดใสและฉ่ำน้ำ มีรสหวานอมเปรี้ยว

สรรพคุณที่รู้แล้วจะหลงรักไม้ชนิดนี้สุด ๆ 

ส่วนสรรพคุณของกะทกรกที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนมีหลายส่วนด้วยกันคือ นอกจากทุกส่วนจะใช้เพื่อปรุงอาหารได้แล้ว ยังสามารถใช้เป็นพืชคลุมดินและใช้สารพิษที่มีชื่อว่า “Cyanpgenetic glycosides” โดยจะนำไปประยุกต์เป็นยาป้องกันแมลงต่าง ๆ ได้ มีสรรพคุณด้านการช่วยแก้โรคต่าง ๆ มากมายเช่น

  1. เปลือก: เป็นยาชูกำลัง รักษาแผลเปื่อยให้แห้ง 
  2. เถา: เป็นยาธาตุ เป็นยาพอกรักษาแผล 
  3. เนื้อไม้: ใช้เป็นยาธาตุในร่างกาย ช่วยถอนพิษต่าง ๆ และช่วยรักษาแผลได้ 
  4. ราก: เพิ่มความสดชื่นโดยการนำรากตากแห้งมาชงดื่มเป็นชา ลดอาการแก้ไขต่าง ๆ แก้ปัสสาวะขุ่น 
  5. ผล: ช่วยบำรุงปอด รักษาบาดแผลและแก้อาการปวด 
  6. ใบ: ช่วยขับเสมหะ เป็นยาขับปัสสาวะ รักษาบาดแผล ฆ่าเชื้อและแก้อาการบวม ลดความวิตกกังวล แก้อาการเกิดสิวง่าย แก้อาการหวัดและคัดจมูก ฯลฯ 

ข้อควรระวังที่ต้องรู้เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์มากกว่าโทษ 

ทั้งนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นพืชที่มีสรรพคุณมากมายแต่ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดเท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้การใช้อย่างถูกต้องและไม่ต้องกังวลมากนัก ต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับโทษของต้นไม้ชนิดนี้ก่อนอันดับแรกดังนี้ ต้นสดต้องทำให้สุกก่อนกินเท่านั้น เพราะหากนำต้นสดมากินโดยไม่ผ่านความร้อนหรือทำให้สุกเสียก่อนจะเป็นพิษ ซึ่งทำให้ต้นไม้ชนิดนี้แปลงร่างเป็นยาเบื่อโดยอัตโนมัติ ส่วนผลอ่อนจะมีพิษเช่นกัน มีอันตรายทำให้เม็ดเลือดแดงขาดออกซิเจน และทำให้เกิดอาการอาเจียนได้ 

สรุป ไม้มีประโยชน์จนตอนนี้ถอนทิ้งได้ยาก

นอกจากนั้นในปัจจุบันเริ่มนำกะทกรกมาช่วยรักษาอาการซึมเศร้าอีกด้วย ที่สำคัญมีแนวโน้มว่าจะมีสูงมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย และจากข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับต้นไม่ชนิดนี้จะเป็นได้เลยว่าเป็นไม้ที่มีสิ่งดี ๆ มากมายจริง ๆและหลังจากนี้น่าจะทำให้หลายคน ๆ ถอนทิ้งยากมากขึ้นแน่นอน เพราะประโยชน์ที่มีของต้นไม้ชนิดนี้หากใช้เป็นเห็นได้ชัดว่ามีประโยชน์สูงมากจริง ๆ tipsoftree.com

บทความเพิ่มเติม